ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

  น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม           การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

ทำความรู้จักกับประเภทของเชือก

ผลิตเชือกร่ม, โรงงานเชือก, รับผลิตเชือก, ผลิตเชือกทุกชนิด

 

ธนสยามการทอ หจก.


 

ผลิตเชือกร่ม ดูเพิ่มเติม คลิก

เชือกคืออุปกรณ์ใกล้ตัวมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยสังเคราะห์ ที่นำมาถักเกลียวรวมเป็นเส้นเชือก มีหลายขนาด ประโยชน์ของเชือกก็มีอยู่มากมายเรียกได้ว่าใช้ได้สารพัดตามโอกาส แต่เชื่อว่าจะต้องมีอีกหลายๆท่านที่อาจจะนึกไม่ถึงว่าเชือกสามารถทำอะไรได้มากมายหลากประโยชน์ รวมไปถึงในด้านงานตกแต่ง เชือกก็สามารถใช้เป็นวัสดุแต่งบ้านได้เช่นกัน

 

ปัจจุบันเชือกที่มีใช้อยู่นั้นมีหลายประเภท มีดังนี้

 

1. เชือกป่านหรือเชือกน้้ามัน ทำจากต้นเฮมม์ มีสีเหลือง เส้นใยหยาบแข็ง ผุง่าย ไม่เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวกับน้ำ นิยมนำ ไปชุบน้ำมัน จึงเรียกว่า เชือกน้ำมัน เมื่อชุบน้ำมันแล้วกำลังงานจะน้อยลงกว่าเดิม

 

2. เชือกมนิลา ทำจากต้นมนิลา มีมากในประเทศฟิลิปปินส์ สีค่อนข้างขาว มีความอ่อนตัวดีทำให้ผูกได้ง่าย มีกำลังงานรับน้ำหนักได้มากกว่าเชือกป่าน นิยมใช้ เป็นเชือกรอก ทำฐานผจญภัย และในการบุกเบิก ถ้าใช้ในที่แห้งจะทนดี แต่ถ้าเปียกน้ำ บ่อย ๆ จะขาดง่าย

 

3. เชือกกาบมะพร้าว ทำจากกาบมะพร้าว มีน้าหนักเบา ลอยน้าได้ เหมาะสาหรับใช้งานในน้า ไม่อมน้ำ นิยมใช้โยงเรือ มีกาลังงานน้อยกว่าเชือกมนิลา ที่มีขนาดเท่ากัน

 

4. เชือกปอ ทำจากปอกระเจา หากทิ้งไว้โดยไม่ใช้งาน มักจะถูกมอด ปลวกกิน เหมาะสาหรับใช้งานชั่วคราวบนบก เช่น ใช้ขันชะเนาะ นั่งร้าน เป็นต้น เชือกมนิลา เชือกปอ

 

5. เชือกด้าย เป็นเชือกที่ทำมาจากด้ายดิบ มีสีขาวสะอาด อ่อนนิ่ม ม้วนขด ได้ง่าย เวลาใช้งานคลี่ออกแล้วไม่พันเกลียว ไม่ค่อยมีมอด หรือปลวกอาศัยกัดกิน ใช้ทำอวนหรือใช้งานในร่มไม่ถูกแดด

 

6. เชือกไนลอน เป็นเชือกที่ทำจากสารสังเคราะห์ มีความทนทาน และ เหนียวมาก มีความยืดหยุ่นมากกว่าเชือกชนิดอื่น ๆ ผูกยากเพราะคลายตัวได้ง่าย ถ้าดึงมากเชือกจะยืดได้ เหมาะสาหรับใช้งานในน้ำ ห้ามอยู่ใกล้ความร้อน หรือ ใกล้ไฟ เชือกด้าย เชือกไนลอน

 

7. เชือกลวด หรือลวดสลิง ลักษณะคล้ายเชือก ทำจากเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ควั่นเป็นเกลียว มีน้ำหนักและกาลังมาก มีราคาแพงและเกิดสนิมได้ง่าย เหมาะสาหรับ ยึดเกาะโครงสร้างสูง เช่น ใช้ยึดทาฐานผจญภัยถาวร ยึดเสาโทรทัศน์ หรือหอคอย มีหลายขนาดให้เลือก

 

การระวังรักษาเชือก

1. เมื่อซื้อเชือกมาแล้วให้พันหัวเชือกให้เรียบร้อย กันเกลียวเชือกคลายตัว

 

2. ขณะใช้เชือกพยายามอย่าให้เชือกเปียกน้า (ยกเว้นเชือกที่ผูกหรือใช้ในน้า)

 

3. ให้ใช้ผ้าเก่ารองรับระหว่างเชือกกับเชือก หรือระหว่างเชือกกับวัตถุอื่น ที่จุดผูกหรือจุดเสียดสี

 

4. หลังจากใช้เชือกแล้ว ควรตรวจเชือกให้ละเอียด ถ้ามีจุดชารุดต้องซ่อม หากเชือกเปียกชื้น ต้องผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนเก็บ และถ้าเป็นไปได้ ควรแขวนไว้

 

 

 

 

 

 

 

 
ท่านสามารถค้นหาสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandpocketpages.com/
 
 
 
 
 

บริษัท ธนสยามการทอ บจก.

 

         โรงงานผู้ผลิตเชือกทุกชนิด  จำหน่ายถัก เทป สิ่งทอ ปลีก-ส่ง,เชือกร้อยหูถุงช๊อปปิ้ง, สายคล้องบัตร, เชือกลูกเสือ, เชือกตีเกลียว, เชือกร่มเทปสายกระเป๋า, สายรองเท้า, เทปกุ๊น เทปหูถุง, เทปลายอักษร, เชือกรัดกล่อง, เชือกถักกระเป๋า, สายเทปต่อไหล่, เชือกถักแบน, เทปลายธงชาติ, เชือกถักแบบมีไส้, เทปก้างปลา, เชือกถักหมวก, เชือกห้อยพระ, เทปสายกระเป๋า เชือกมงคล,เชือกมะนิลา, เชือกสาบาตรพระ,กุ้นผ้า ,เชือกกระตุก, เชือกร่ม,เชือกถักแบน,ตาข่าย 6 เหลี่ยม,ผ้าสายผ้าเทป, เชือกไนล่อน,เชือกสายบาตรพระ
บริษัทธนสยามการทอ รับงานผลิตเชือก ทุกออเดอร์
-รับผลิตเชือกถัก เชือกตีเกลียว  เชือกทุกชนิดได้ตามสเปคงานที่สั่ง
-จำหน่ายเชือกในราคากันเอง เน้นคุณภาพ
ธนสยามการทอ พร้อมรับ ทุกออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการอยากได้เชือก ใช้งานแบบไหน ติดต่อได้เลยที่เบอร์  02-2892 3551   จากประสบการณ์ที่เราผลิตเชือกถัก เชือกตีเกลียว  เชือกร่ม  และอีกหลายๆๆงาน ทีมงานเราเน้นคุณภาพเป็นพิเศษ

 

สนใจติดต่อ

 

ธนสยามการทอ หจก.

 

90, 92 ถนนเอกชัย-บางบอน 4 แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม 10150

 

เบอร์โทรศัพท์ +66 2892 3551

 

Fax +66 2892 3554

 

tn.thanasiam@gmail.com

 

thanasiam.thailandpocketpages.com

กาวก่อสร้าง Liquid Nails - Dunlop D250

กาวก่อสร้าง Liquid Nails - Dunlop D250, กาวยางอเนกประสงค์, กาวยางอุตสาหกรรม
ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) บจก.


กาวก่อสร้าง Liquid Nails - Dunlop D250

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ :
Dunlop D250 เป็นกาวสำหรับงานก่อสร้างที่แข็งที่สุดในอุตสาหกรรมโดยมีสูตรพิเศษเพื่อลดความจำเป็นในการใช้ก่อสร้าง เป็นกาวที่มีความแข็งแรงสูงมีคุณสมบัติในการอบแห้งได้อย่างรวดเร็วและมีกลิ่นต่ำเหมาะสำหรับใช้ภายในและภายนอกอาคาร

ขนาด :
320g

 

 

 

ท่านสามารถค้นหาสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandpocketpages.com

 


บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Dunlop Adhesives (Thailand) Limited

บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้พัฒนาและผลิตกาวยางและวัสดุยาแนวรอยต่อประสิทธิภาพสูงที่เหมาะสมกับทุกความต้องการของลูกค้า โดยฐานผลิตภัณฑ์เหมาะสมสำหรับวัสดุที่มีความหลากหลายทั้งชนิดและพื้นผิว โดย บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาวหลากหลายชนิดเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งบริการที่ยอดเยี่ยม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

โดยทาง บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด นั้นมีนักเคมีที่มีประสิทธิภาพและความสามารถ จึงสามารถทำให้เราสามารถรับประกันคุณภาพของสินค้าของเราว่ามีคุณภาพที่ยอด เยี่ยม ซึ่งความทุ่มเทของเราที่มีให้กับลูกค้าทำให้ บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด นั้นเป็นที่ยอมรับรู้จักกันเป็นอย่างดีทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียท่านสามารถ ตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ของเรา กาวยางอเนกประสงค์ รวมทั้งเอกสารข้อมูลทางเทคนิค โดยหากท่านมีความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนสูตรของสินค้าของเราเพื่อให้เหมาะ กับความต้องการที่แน่นอนของท่าน ทาง

บริษัท ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ นักเคมีของเรา พร้อมที่จะให้คำแนะนำทีมงานของคุณ เพื่อการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และ สินค้าที่มีคุณภาพสูงสุด

 

สนใจติดต่อ
ดันล้อป แอดฮีซีฟส์ (ประเทศไทย) บจก.
700/242 หมู่ 1 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
เบอร์โทนศัพท์ +6638 465 661, +6638 465 662
Fax +6638 465 663
Email: dalelamb@dunlopadhesives.com
dunlopadhesives.thailandpocketpages.com

มาทำความรู้จักกับพื้นขัดมัน พื้นคอนกรีตที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

 

บริษัท นัฐคอน คอปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านพื้นคอนกรีตอุตสาหกรรมสำหรับอนาคต งานเทพื้นคอนกรีต รับขัดมัน รับขัดพื้นคอนกรีต งานขัดพื้น ขัดพื้นฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ เพิ่มความสวยงาม และความแข็งแรงให้กับพื้นคอนกรีต


พื้นขัดมัน (Concrete Polishing Floors) พื้นคอนกรีตที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันสูงมาก เพราะเนื่องจากมีการลงทุนต่ำแต่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และด้วยที่เทคโนโลยีที่ทำให้พื้นคอนกรีตเรียบและเงาขึ้น ด้วยกระบวนการขัดและปัดผิวคอนกรีตด้วยเครื่องขัดพื้นความเร็วสูง ทำให้ปูนมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 20-25% และทำให้มีความทนทาน คงทน มีความเงาสูงและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

คุณสมบัติพื้นขัดมัน
พื้นขัดมันจะทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติที่ดีมาก ทั้งคุณสมบัติทางเคมี ทางฟิสิกส์และด้านความคุ้มค่าการลงทุน สามารถปกป้องผิวคอนกรีตจากการใช้งานหนักและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง คุณสมบัติพื้นขัดมัน ได้แก่
- พื้นขัดมันมีความทนทานต่อการขัดถู
- มีความทนทานต่อการขีดข่วน
- มีความทนทานต่อการเกิดรอนรถ Forklift
- ไม่บวม ไม่ร่อน ไม่เกิดการเหลืองขึ้นหลังจากการใช้งาน
- มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และมีราคาถูก
- สามารถทำความสะอาดง่าย ไม่เกิดฝุ่น ไม่มีกลิ่น
- ผิวเรียบ และเป็นมันเงา

พื้นขัดมันเหมาะกับการใช้งานในสถานที่ต่างๆ เช่น พื้นห้างสรรพสินค้า, พื้นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง, พื้นลานแสดงสินค้า, พื้น WAREHOUSE, พื้นโชว์รูม, Retail Shop Floors, Logistics center Floors เป็นต้น


ตัวอย่างผลงานงานขัดพื้น

 



พื้นคอนกรีตขัดเงา พื้นคอนกรีตที่มีความแข็งแกร่ง มีความเงางามและป้องกันการเกิดฝุ่น ซึ่งพื้นคอนกรีตขัดเงาจะไม่มีรอยแตกหรือหลุดร่อนเหมือนพื้นเคมีสังเคราะห์ เช่น พื้นอีพ็อกซี่ พื้นพียู เป็นต้น เนื่องจากพื้นคอนกรีตขัดเงาเป็นวิธีการทำพื้นให้เงาด้วยการขัดคอนกรีตให้เงา จึงไม่มีฟิล์มสีให้หลุดร่อนปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย รับขัดพื้นปูน สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ก็นิยมขัดเงาพื้นคอนกรีตกัน

 

 



ฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ (Floor hardener)
ผงซีเมนต์ผสมวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพื้นผิว ป้องกันพื้นผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นผง ทนต่อการขัดสีง่าย ง่ายต่อการทำความสะอาด และสามารถเลือกสีได้ตามจุดประสงค์ของพื้นที่หรือความสวยงาม
เหงาะสำหรับงานพื้นคอนกรีตทุกประเภท เช่น พื้นโรงงานอุตสาหกรรม พื้นลานจอดรถ พื้นคอนกรีตภายในอาคาร เป็นต้น
การทำงานของฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ ทำเหมือนการขัดมันพื้นทุกขั้นตอน แต่ในขั้นตอนก่อนที่จะขัดหยาบด้วยเครื่องขัดพื้นให้โรยผงฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ก่อนตามอัตราส่วนแล้วจึงทำการขัดหยาบ และเมื่อถึงขั้นตอนการขัดมันให้โรยผงฟลอฮาร์ดเดนเนอร์อีกครั้งตามอัตราส่วนที่เหลือแล้วจึงทำการขัดมัน จากนั้นทิ้งให้เซ็ตตัวจนแห้ง

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
https://construction.thailandpocketpages.com/
หมวดหมู่จากเว็บไซต์  www.thailandpocketpages.com  เว็บไซต์ที่รวบรวมหมวดหมู่ไว้เป็นปัจจุบันที่สุด

มาทำความรู้จักกับพื้นขัดมัน พื้นคอนกรีตที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

 

บริษัท นัฐคอน คอปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านพื้นคอนกรีตอุตสาหกรรมสำหรับอนาคต งานเทพื้นคอนกรีต รับขัดมัน รับขัดพื้นคอนกรีต งานขัดพื้น ขัดพื้นฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ เพิ่มความสวยงาม และความแข็งแรงให้กับพื้นคอนกรีต


พื้นขัดมัน (Concrete Polishing Floors) พื้นคอนกรีตที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันสูงมาก เพราะเนื่องจากมีการลงทุนต่ำแต่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และด้วยที่เทคโนโลยีที่ทำให้พื้นคอนกรีตเรียบและเงาขึ้น ด้วยกระบวนการขัดและปัดผิวคอนกรีตด้วยเครื่องขัดพื้นความเร็วสูง ทำให้ปูนมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 20-25% และทำให้มีความทนทาน คงทน มีความเงาสูงและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

คุณสมบัติพื้นขัดมัน
พื้นขัดมันจะทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติที่ดีมาก ทั้งคุณสมบัติทางเคมี ทางฟิสิกส์และด้านความคุ้มค่าการลงทุน สามารถปกป้องผิวคอนกรีตจากการใช้งานหนักและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง คุณสมบัติพื้นขัดมัน ได้แก่
- พื้นขัดมันมีความทนทานต่อการขัดถู
- มีความทนทานต่อการขีดข่วน
- มีความทนทานต่อการเกิดรอนรถ Forklift
- ไม่บวม ไม่ร่อน ไม่เกิดการเหลืองขึ้นหลังจากการใช้งาน
- มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และมีราคาถูก
- สามารถทำความสะอาดง่าย ไม่เกิดฝุ่น ไม่มีกลิ่น
- ผิวเรียบ และเป็นมันเงา

พื้นขัดมันเหมาะกับการใช้งานในสถานที่ต่างๆ เช่น พื้นห้างสรรพสินค้า, ขัดมันคอนกรีตเบิร์นนิช ฟลอร์ พื้นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง, พื้นลานแสดงสินค้า, พื้น WAREHOUSE, พื้นโชว์รูม, Retail Shop Floors, Logistics center Floors เป็นต้น


ตัวอย่างผลงานงานขัดพื้น

 



พื้นคอนกรีตขัดเงา พื้นคอนกรีตที่มีความแข็งแกร่ง มีความเงางามและป้องกันการเกิดฝุ่น ซึ่งพื้นคอนกรีตขัดเงาจะไม่มีรอยแตกหรือหลุดร่อนเหมือนพื้นเคมีสังเคราะห์ เช่น พื้นอีพ็อกซี่ พื้นพียู เป็นต้น เนื่องจากพื้นคอนกรีตขัดเงาเป็นวิธีการทำพื้นให้เงาด้วยการขัดคอนกรีตให้เงา จึงไม่มีฟิล์มสีให้หลุดร่อนปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ก็นิยมขัดเงาพื้นคอนกรีตกัน

 

 



ฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ (Floor hardener)
ผงซีเมนต์ผสมวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพื้นผิว ป้องกันพื้นผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นผง ทนต่อการขัดสีง่าย ง่ายต่อการทำความสะอาด และสามารถเลือกสีได้ตามจุดประสงค์ของพื้นที่หรือความสวยงาม
เหงาะสำหรับงานพื้นคอนกรีตทุกประเภท เช่น พื้นโรงงานอุตสาหกรรม พื้นลานจอดรถ พื้นคอนกรีตภายในอาคาร เป็นต้น
การทำงานของฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ ทำเหมือนการขัดมันพื้นทุกขั้นตอน แต่ในขั้นตอนก่อนที่จะขัดหยาบด้วยเครื่องขัดพื้นให้โรยผงฟลอฮาร์ดเดนเนอร์ก่อนตามอัตราส่วนแล้วจึงทำการขัดหยาบ และเมื่อถึงขั้นตอนการขัดมันให้โรยผงฟลอฮาร์ดเดนเนอร์อีกครั้งตามอัตราส่วนที่เหลือแล้วจึงทำการขัดมัน จากนั้นทิ้งให้เซ็ตตัวจนแห้ง

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
https://construction.thailandpocketpages.com/
หมวดหมู่จากเว็บไซต์  www.thailandpocketpages.com  เว็บไซต์ที่รวบรวมหมวดหมู่ไว้เป็นปัจจุบันที่สุด

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15